เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

ร่วมสร้างกฎหมายกับไอลอว์
Blognone Bookmark and Share

07 กรกฎาคม 2552

บุกค่ายดังพิสูจน์ 'รถหุ้มเกราะ'

บุกค่ายดังพิสูจน์ 'รถหุ้มเกราะ'

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2552 เวลา 0:00 น

  
ยี่ห้อไหนสเปกโดนใจตามมติครม.

ฮือฮากันทั่วหน้า เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2552 มีมติให้จัดหารถยนต์หุ้มเกราะ 20 คัน ในวงเงิน 122,800,000 บาท โดยอนุมัติหลักการให้กองบัญชาการกองทัพไทย จัดซื้อตามระเบียบของทางราชการด้วยวิธีพิเศษตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องร้อนฉ่าและน่าติดตามไม่น้อย
   
หลายปัจจัยจากสถานการณ์ในบ้านเมือง มีส่วนผลักดันให้ ครม. ตัดสินใจมีมติอนุมัติในเรื่องดังกล่าว โครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะออกมา เนื่องจากรถหุ้มเกราะเดิมที่มีใช้งานอยู่ 3 คัน ถูกทุบทำลายพังด้วยฝีมือกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี 1 คัน เครื่องยนต์ชำรุด 1 คัน เหลือให้นายกรัฐมนตรีใช้เป็นรถประจำตำแหน่งเพียง 1 คัน ยิ่งสถานการณ์ค่อนข้างล่อแหลม ทำให้บุคคลวีไอพีในบ้านเมืองต่างต้องมีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยเฉพาะเป็นยานพาหนะหุ้มเกราะกันกระสุน เพื่อการรักษาความปลอดภัยในขีดสูงสุด
   
สำหรับสเปกของรถหุ้มเกราะกันกระสุน มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้กำหนดชัดเจนว่า จะต้องเป็นรถที่สมรรถนะกันกระสุนชนิด บี 4-บี 6 โดยโครงสร้างจะต้องเป็นเชทซีมาตรฐานสากลสูงถึงระดับสูงสุด กระจกกันกระสุนมีความหนา 35 มิลลิเมตร โดยรวมต้องได้มาตรฐานสากล โดยเครื่องยนต์ต้องได้ระดับ 4,000 ซีซี แม้จะไม่ใช่ระดับพิเศษสูงสุดเหมือนของผู้นำทั่วโลก แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับปานกลางในการนำมาใช้งานจริง
   
ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติให้จัดซื้อจัดจ้างโดยเร็วที่สุด ส่วนหนึ่งตั้งเป้าให้ทันการประชุมผู้นำสุดยอดอาเซียนหรืออาเซียนซัมมิทที่ จ.ภูเก็ต หลังจากเกิดเหตุความวุ่นวายที่พัทยาก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีหลายคนเกิดอาการ "กลัวตาย" ได้ทำเรื่องขอใช้รถหุ้มเกราะกันกระสุนจำนวนมาก
   
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้รัฐมนตรีใช้กันอย่างทั่วถึง รวมทั้งเผื่อไว้ต้อนรับผู้นำประเทศที่แวะมาเยือนประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้หลายประเทศแสดงความประสงค์ให้ประเทศไทยยืมใช้ แต่ประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่ายังพอมีงบประมาณซื้อมาใช้ได้ ก็สมควรจะซื้อเป็นของรัฐบาลเอง ทำให้การดูแลรักษาและการบริหารง่ายกว่า รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้ผู้นำต่างประเทศที่มาเยือนประเทศไทยด้วย
   
สิ่งที่น่าติดตามอีกแง่มุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่อยากเห็นเพียงรูปโฉมของรถกันกระสุนในรุ่นที่ ครม.จะพิจารณา ให้จ่ายเงินซื้อเท่านั้น แต่เป็นการตามติดความเคลื่อนไหวของบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ ที่ขณะนี้เริ่มเคลื่อนไหวแข่งขันนำเสนอข้อมูลสเปกรถยนต์หุ้มเกราะหรือรถกันกระสุนให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณากันอลหม่าน
   
ทีมข่าว "เดลินิวส์" ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์มาว่า ขณะนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายยี่ห้อ ได้เคลื่อนไหวส่งตัวแทนเข้าไปเสนอสเปกให้ผู้จัดซื้อพิจารณากันแล้ว กลุ่มรถยนต์หรู ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 และเมอร์เซเดสเบนซ์ เอส  คลาส ซึ่งรถยนต์หรูของ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่นี้ใช้ขั้นตอนการผลิตเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวและต้องสั่งนำเข้ามาอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถผลิตหรือซ่อมเองในประเทศไทยได้
   
ส่วนกลุ่มรถอีกประเภทหนึ่งที่เน้น  "ประหยัด-คุ้มค่า" คือ ฟอร์ด โดยหากผู้ซื้อต้องการก็สามารถเลือกรถได้ทันทีจากโรงงานผลิตในประเทศไทยและเหมาแบบยกลอต จากนั้นนำมาดัดแปลง เติมความแข็งแกร่ง โดยมีการสั่งเหล็กอย่างหนาชั้นดีจากต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นส่วนประกอบ สำหรับกระจกกันกระสุนและยางนั้นสามารถสั่งซื้อในประเทศไทยได้ เพราะผู้ผลิตเป็นบริษัทของคนไทยเอง ราคารถยนต์พิเศษคันนี้ราคาไม่สูงมากนัก สนนราคาเฉลี่ยราว 1,000,000- 1,300,000 บาท แต่จะถูกลงกว่านี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ผลิต หากสั่งซื้อมากก็อาจดึงราคาต่ำลงได้มากกว่านี้
    
ผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ยังอธิบายถึงคุณสมบัติอันโดดเด่นของรถปิกอัพกันกระสุนว่า สามารถป้องกันความรุนแรงของลูกกระสุนปืนได้หลายชนิด เมื่อล้อทับตะปูเรือใบ ยางต้องทนทานได้ไม่รั่วง่าย หรือแตก ขณะที่วิ่ง โครงสร้างตัวรถ ต้องแข็งแรง เมื่อถูกกับระเบิด ดังนั้นชิ้นส่วนประกอบบางอย่างเช่น โครงสร้าง หรือฐานระบบช่วงล่าง ต้องนำเหล็กพิเศษอย่างหนาเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อประกอบรถพิเศษ ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคใต้รถยนต์กันกระสุนที่นิยมใช้ คือ รถปิกอัพ 4 ประตู ซึ่งรถกันกระสุนรุ่นนี้ไม่มีประเทศไหนผลิตออกมาจำหน่าย เพราะส่วนใหญ่ผลิตเฉพาะรถยนต์นั่งหรูของผู้นำเท่านั้น แต่ในประเทศไทยมีผู้ผลิตรถปิกอัพดัดแปลงเพื่อกันกระสุนเพิ่มความปลอดภัยและมีผู้ใช้บริการสั่งทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ที่ต้องระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองเป็นพิเศษ
   
เมื่อค่ายรถยนต์ต่างขยับเข้าไปเสนอคุณสมบัติของสินค้าไปแล้ว เหลือเพียงรัฐบาลจะตอบสนองและตัดสินใจเลือกซื้อมาใช้งานหรือไม่ หากถูกใจคุณสมบัติของสินค้าจากค่ายใด
   
แต่ก่อนที่ผู้เกี่ยวข้องจะ "ฟันธง" เลือกซื้อของค่ายใดค่ายหนึ่ง ขอนำไปรู้จักกับคุณสมบัติพิเศษของรถหุ้มเกราะกันตามธรรมเนียม ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายค่ายและหลากคุณสมบัติ จึงขอเลือกเฟ้นมาเพียงบางส่วนให้เป็นวิทยาทานพอเป็นสังเขป
   
ประเดิมเริ่มที่ค่ายใบพัดสีฟ้า ในปัจจุบันรถยนต์นิรภัยหรือรถยนต์กันกระสุนของค่ายบีเอ็มดับเบิลยูได้ผลิตออกมามากมาย แต่ที่โดดเด่นคือ บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5 ซีเคียวริตี้ พลัส (BMW X5 Security Plus) ผลิตขึ้นมาจากโรงงานโดยตรง มีมาตรฐานการป้องกันกระสุนระดับที่ 6 เน้นปกป้องผู้โดยสารจากการก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะการถูกลักลอบเด็ดชีพด้วยอาวุธหนักเช่น ปืนกลมือหรือปืนกลอาก้า (AK 47) และเสริมความว่องไว ปราดเปรียวยามเจอสถานการณ์ที่ต้องหนี ! เอาชีวิตรอด ด้วยการนำพื้นฐานความเป็นรถสปอร์ตอเนกประสงค์มาพัฒนา พร้อมเติมอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ เพิ่มสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนและระบบช่วงล่าง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์และสภาพถนนต่าง ๆ ที่รถต้องเคลื่อนที่ผ่านได้เป็นอย่างดี
   
ด้วยความที่เป็นรถยนต์ที่เหนือกว่ารถยนต์ใช้งานธรรมดา โครงสร้างตัวถัง ผิวตัวถังและชิ้นส่วนต่าง ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5 ซี เคียวริตี้ พลัส สร้างขึ้นจากเหล็กเหนียวชนิดพิเศษตามร่องประตู รอยต่อตัวถังและข้อต่อในส่วน  ต่าง ๆ ถูกหุ้มด้วยวัสดุพิเศษแบบเดียวกับที่ใช้ทำเสื้อเกราะ ป้องกันหัวกระสุนไม่ให้ทะลุทะลวงผ่านเข้ามาได้ หน้าต่างโดยรอบใช้กระจกนิรภัยที่ได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษ สำหรับระดับมาตรฐานนิรภัยขั้นสูงสุด
   
ไม่เพียงตัวถังที่แข็งแกร่ง ด้านสมรรถนะของบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5 ซีเคียวริตี้ พลัสแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.8 ลิตร มีกำลังสูงสุด 355 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุดถึง 475 นิวตัน-เมตร ที่ 3,400 รอบ/นาที เมื่อผนึกรวมเข้ากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ เอ็กซ์ ไดร์ฟ (x Drive) ยิ่งเสริมให้เอ็กซ์ 5 ซีเคียวริตี้ พลัสเป็นรถยนต์นิรภัยที่ใช้งานได้แบบสบายในสถาน การณ์ปกติและสนองตอบได้สูงสุดในสถานการณ์คับขันที่ต้องการความว่องไวและปราดเปรียวได้ โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 8.2 วินาที
   
ส่วนระบบช่วงล่าง ได้มีการปรับให้มี สมรรถนะสูงขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเกราะและระบบนิรภัย เรื่องของเบรกมีติดตั้งระบบเบรกพิเศษขึ้นมาพร้อมระบบบังคับเลี้ยวอัจฉริยะ (Active Steering) เพื่อเพิ่มความปราดเปรียวในการบังคับควบคุมรถ และระบบช่วงล่าง (Adaptive Drive) สามารถปรับความอ่อน-แข็งของระบบช่วงล่างและควบคุมการโคลงตัวของรถในยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง สำหรับยางรถทั้ง 4 ล้อ เป็นแบบนิรภัยสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 150 กม.แม้ว่าจะถูกผู้ก่อการร้ายยิงหรือแทงยางด้วยวัตถุแหลมคม ส่วนภายในของบีเอ็มดับเบิลยู   เอ็กซ์ 5 ซีเคียวริตี้ พลัส ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ทั้งเบาะนั่งหนังแท้ พร้อมลายไม้ตกแต่งรอบคัน ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
   
หันมาดูคู่แข่งรายสำคัญอย่างดาวสามแฉก เมอร์เซเดสเบนซ์ ก็ผลิตรถหุ้มเกราะหรือรถกันกระสุนออกจำหน่ายเช่น  เดียวกัน มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วโลกว่า การ์ด (Guard) บ่งความหมายชัดเจนว่า ปกป้อง คุ้มครอง ซึ่งมีการผลิตสู่ตลาดจำนวน 3 รุ่นได้แก่ เอส-คลาส (S-Class) รถกันกระสุนสำหรับบุคคลสำคัญของโลกและระดับผู้นำประเทศ อี-คลาส (E-Class) รถกันกระสุนของผู้บริหาร ป้องกันจารกรรมบนท้องถนน หรือลักพาตัว และ จี-คลาส (G-Class) เป็นรถกันกระสุนสำหรับบุคคลสำคัญของโลกเช่นกัน โดยรถรุ่นนี้จะออกแนวออฟโรด แบบทหาร ใช้งานได้สมบุกสมบัน
   
สำหรับรถนิรภัย หรือรถกันกระสุนของเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่นแกะกล่องใหม่เอี่ยมคือ เอส 600 มีรหัสตัวถัง W221 เครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 5,500 ซีซี เทอร์โบคู่ มีขุมพลังมากถึง 517 แรงม้า แม้จะมีน้ำหนักรถมากถึง 4.2 ตัน แต่สามารถทำความเร็วถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
   
ความน่าสนใจของเมอร์เซเดสเบนซ์ เอส 600 การ์ด นอกจากจะมีรูปลักษณ์สุดหรูหราโอ่อ่าแล้ว โครงสร้างตัวรถยนต์ทำจากวัสดุพิเศษให้ความแข็งแกร่ง เสริมการปกป้องที่บานประตู ใต้ท้องรถและกระจกรอบคัน มีพลังในการปกป้องที่ระดับเรียกว่า บี 6-บี 7 เป็นระดับปกป้องสูงสุดเพื่ออารักขาบุคคลสำคัญ ให้พ้นภัยจากการปองร้ายด้วยอาวุธหลากหลายรูปแบบ กรณีถูกจู่โจมตัวรถ สามารถป้องกันอาวุธขนาดเบา อาทิ ปืนพก, ปืนกลมือ, ไรเฟิลรวมทั้งระเบิดมือและแรงระเบิดมือด้วย
   
เมอร์เซเดสเบนซ์ เอส 600 การ์ด ยังชูความเด่นเรื่องยานยนต์พิเศษแบบ รัน- แฟลท (RUN-FLAT) แข็งแกร่งคงทน สามารถนำรถออกจากจุดสังหารได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงออกแบบพิเศษ สามารถป้องกันการเจาะทะลุของลูกปืน หากถังรั่วไหลสามารถซีลด้วยตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีระบบดับเพลิง มีเซ็นเซอร์พิเศษจับแก๊สพิษ ซึ่งระบบจะทำการปิดรับอากาศจากภายนอก และระบบจะทำการระบายอากาศหมุนเวียนภายในเอง ส่วนราคาขึ้นอยู่กับออพชั่น  ที่เลือก
    
ทั้งหมดคือคุณสมบัติคร่าว ๆ ของรถหุ้มเกราะในสังกัดของค่ายยักษ์ใหญ่ ทั้งกลุ่มรถยนต์หรูและกลุ่มรถดัดแปลงแบบอเนกประสงค์ ส่วนค่ายไหนจะเข้าวินหรือปราชัยอีกไม่นานก็คงรู้กัน แต่คงไม่สำคัญว่างานนี้ "คุ้มค่า" และ "คุ้มราคา" หรือไม่ หากนำมาใช้งานในปัจจุบัน อย่าให้มีเสียงบ่นเสียงสวดว่าใช้งบประมาณสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ก็แล้วกัน.

ย้อนรอย 'รถกันกระสุน' ที่อดีตนายกฯทักษิณเคยใช้
   
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยสร้างความฮือฮาโดยใช้รถยนต์สีบรอนซ์ ยี่ห้อ คาพรีซ (CAPRICE) กันกระสุน ทะเบียน ธค 1991 กรุงเทพมหานคร ช่วงบินกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.  2551 เพื่อเดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ หลังตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก และไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อมอบตัวสู้คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ช่วงนั้นหลาย ๆ คนอาจจะงง ๆ เพราะไม่เคยเห็นรถยนต์รุ่นนี้ มาก่อน 
   
รถยนต์รุ่นนี้เรียกว่า คาพรีซ  ผลิตในประเทศออสเตรเลีย รู้จักกันในนาม  โฮลเด้น คาพรีซ  (Holden Caprice หรือ Chevrolet Carprice ปี ค.ศ. 2004 ผลิตส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่าง ๆ มากมาย) แต่ที่ขายในประเทศออสเตรเลียเป็นรุ่นโฮลเด้น สเตทส์แมน (Holden Statesman) มีเครื่องยนต์ขนาด 3.6 ลิตร 190 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ขนาด 5.7 ลิตร 245 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 465 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที สามารถป้องกันกระสุนปืนและการก่อวินาศกรรมได้ในระดับยอดเยี่ยม สร้างความ อุ่นใจให้ผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี

ลำยอง ปกป้อง-เนตรนภางค์ บุญนายืน-สกาวรัตน์ ปัญญาอุตม์

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=4536&categoryID=560

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com




ดูส่วนอื่นๆ ของ Windows Live™ มากกว่าเมล–Windows Live™ เป็นยิ่งกว่ากล่องรับอีเมลของคุณ มากกว่าข้อความ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลังบทความของบล็อก

ผู้ติดตาม