เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

ร่วมสร้างกฎหมายกับไอลอว์
Blognone Bookmark and Share

07 กรกฎาคม 2552

"เทเลมาร์เก็ตติ้ง" ปัญหาที่แก้ไขแบบไม่สะเด็ดน้ำ ผู้บริโภคยังต้องทนรำคาญ

วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11442 มติชนรายวัน


"เทเลมาร์เก็ตติ้ง" ปัญหาที่แก้ไขแบบไม่สะเด็ดน้ำ ผู้บริโภคยังต้องทนรำคาญ





กลายเป็นกระแสข่าวมาสักระยะหนึ่ง สำหรับกรณีการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่าเทเลมาเก็ตติ้ง ทั้งการขายประกัน ตลอดจนข้อความสั้น (sms) ที่ก่อความรำคาญแก่เจ้าของโทรศัพท์เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นการยัดเยียดสินค้าจนผู้บริโภคทนไม่ไหวต้องร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ช่วยจัดการ

จากข้อมูลของ สคบ.พบว่าสถิติการร้องเรียนกรณีเทเลมาร์เก็ตติ้งไม่ต่ำกว่า 100 รายต่อวัน ซึ่งหลายฝ่ายได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพราะส่วนหนึ่งถือว่าเป็นการคุกคามผู้บริโภค

นายนิโรธ เจริญประกอบ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า มาตรการที่ร่วมกับหลายฝ่าย ทั้ง คปภ. สมาคมประกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ค่ายต่างๆ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค เบื้องต้นต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับทราบว่าสามารถปฏิเสธการรับข้อเสนอต่างๆ ได้ ทั้งเรื่องของการโทร.เข้ามาขายประกัน บัตรเครดิต หรือบริการต่างๆ หากผู้บริโภคไม่เต็มใจที่จะรับสามารถปฏิเสธได้ทันที โดยผู้ที่โทร.เข้ามาไม่มีสิทธิต่อว่าหรือตามตื๊ออีก ส่วนกรณีเอสเอ็มเอสข้อความสามารถแจ้งกับเครือข่ายที่ใช้บริการว่าไม่ขอรับข้อความเหล่านี้ได้ แต่ต้องเป็นข้อความที่ส่งจากผู้ให้บริการข้อมูลผ่านเอสเอ็มเอส (คอนเทน์ โพรไวเดอร์) เท่านั้น

สำหรับการขายประกัน นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิต กล่าวชี้แจงว่า กรณีที่มีการร้องเรียนจากผู้บริโภคในเรื่องของการขายประกันผ่านทางโทรศัพท์นั้น ต้องอธิบายว่าไม่ได้เกิดจากการที่ผู้บริโภคไม่ชอบประกันชีวิต เพราะอัตราการถือครองประกันต่อจำนวนประชากรในขณะนี้มีประมาณ 25% เพิ่มขึ้นจากอดีตที่มีเพียง 12% เท่านั้น ซึ่งแสดงว่าผู้บริโภคเข้าใจประกันมากขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความรำคาญมากกว่า ซึ่งการเสนอผลิตภัณฑ์ของประกันนั้นมีหลายช่องทางซึ่งแต่ละบริษัทพยายามหาช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายที่สุด นั่นก็คือผ่านทางโทรศัพท์

"ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคที่ไม่ชอบการขายประกันผ่านทางโทรศัพท์เพราะรำคาญมากกว่าไม่ชอบ ซึ่งตอนนี้เราพยายามหาทางลดความรำคาญของผู้บริโภคผ่านมาตรการที่ร่วมกับ คปภ. ซึ่งการเสนอขายประกันต้องมีการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบทั้งชื่อ นามสกุล หรือสิทธิในการขายประกันที่ต้องผ่านการสอบและรับอนุญาตจาก คปภ. รวมทั้งต้องมีหน่วยงานที่สังกัดด้วย ดังนั้นหากไม่สามารถเปิดเผยข้อความเหล่านี้ได้ก็ไม่สามารถขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ได้"

ทั้งนี้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเริ่มขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยที่มีโทรศัพท์มือถือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งชีวิตมากขึ้น แต่สัดส่วนของการเสนอขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ถือว่ามีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นอย่างเช่น ตัวแทน หรือธนาคาร ซึ่งปริมาณของเบี้ยประกันที่มาจากการขายผ่านทางโทรศัพท์มีประมาณ 1 พันล้านบาทของเบี้ยประกันทั้งระบบที่มีกว่า 4 แสนล้านบาท รวมทั้งผู้ที่สามารถขายประกันผ่านโทรศัพท์ได้ต้องได้รับการอนุญาตจาก คปภ.ที่ต้องระบุชัดเจนว่า "ได้รับอนุญาตให้ขายผ่านโทรศัพท์"โดยผู้มีสิทธิขายได้นั้นมีเพียงประมาณพันคนเท่านั้น

คปภ.ได้ออกประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเสนอขายผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนในการทำประกันภัย โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ประชาชนควรรู้สำหรับการเสนอขายผ่านทางช่องทางโทรศัพท์ ซึ่งระบุไว้ว่า

1.ผู้เสนอขายต้องแจ้งชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย พร้อมทั้งแจ้งว่า เป็นการขายประกันภัย และหากประชาชนไม่มีความประสงค์จะรับฟังต้องยุติการสนทนาทันที และไม่ติดต่อกลับอย่างน้อย 6 เดือน

2.กรณีที่ได้ทำประกันภัยไปแล้วจากช่องทางนี้ สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัย โดยจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

3.บริษัทต้องโทร.กลับหาผู้เอาประกันภัยอีกครั้ง ภายใน 7 วันนับจากวันที่บริษัทส่งกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อยืนยันความต้องการทำประกันภัยอีกครั้งหนึ่ง

4.ผู้เสนอขายจะต้องขออนุญาตบันทึกการสนทนาในกรณีที่ประชาชนมีความประสงค์ที่จะรับฟังการเสนอขาย ถ้าเกิดข้อโต้แย้งขึ้นภายหลังก็สามารถนำเทปที่บันทึกบทสนทนานั้นมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

คปภ.ได้ชี้แจงสาเหตุที่ต้องออกประกาศ เนื่องจากปัจจุบันการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่แพร่หลายคือเสนอขายผ่านทางโทรศัพท์ ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนมิให้ถูกรบกวนหรือสร้างความรำคาญใจจากการเสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการเสนอขายประกันผ่านทางโทรศัพท์และลดความรำคาญให้แก่ผู้บริโภค แต่แม้ว่าผู้บริโภคจะสามารถปฏิเสธได้ แต่ยังมีช่องโหว่ให้เห็นอยู่อีกมากว่ายากที่จะควบคุม เช่น ในกรณีของเอสเอ็มเอสสามารถบล็อคในข้อความที่ส่งผ่านช่องทางคอนเทน์ โพรไวเดอร์ เท่านั้นหากเป็นข้อความจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจะไม่สามารถควบคุมได้

อีกเรื่องที่ยังไม่สามารถหาทางจัดการได้ในขณะนี้คือแหล่งที่มาจากข้อมูล ซึ่งต้องรอกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คาดว่าจะสามารถใช้ได้ภายในปีนี้ โดยจะรวมถึงการตีความในเอกสารของธนาคารพาณิชย์ในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล โดยหากผู้บริโภคไม่ได้กาลงในช่อง "ยินยอม" ให้เปิดเผยข้อมูล ให้ธนาคารต้องตัดสินว่าลูกค้า "ไม่ยินยอม" เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากการตีความว่าการไม่กาลงในช่องยินยอม คือการยินยอม ดังนั้นลูกค้าสามารถยื่นขอต่อธนาคารในการปฏิเสธรับข้อมูลเหล่านี้ได้ ซึ่ง สคบ.ได้แจ้ง ธปท.ให้แจ้งต่อธนาคารพาณิชย์แล้ว

และอีกประการที่ยังไม่สามารถควบคุมได้คือบริษัทรับจ้างจากภายนอกในการขายโฆษณา หรือการทวงหนี้ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ในขณะนี้ เพราะบริษัทเหล่านี้สามารถกระทำการใดที่เสมือนเป็นตัวแทนของบริษัทนั้นๆ ได้

แม้ว่าลูกค้าจะสามารถปฏิเสธการขายได้แต่หากยังไม่สามารถควบคุมได้ ยังจับแพะชนแกะ อย่างนี้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความรำคาญเช่นนี้ต่อไป

หน้า 19
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco03080752&sectionid=0103&day=2009-07-08

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com




ดูส่วนอื่นๆ ของ Windows Live™ มากกว่าเมล–Windows Live™ เป็นยิ่งกว่ากล่องรับอีเมลของคุณ มากกว่าข้อความ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลังบทความของบล็อก

ผู้ติดตาม