เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

ร่วมสร้างกฎหมายกับไอลอว์
Blognone Bookmark and Share

10 ตุลาคม 2552

หนุนลงขันซื้อคืน "ชินคอร์ป" จับตา 3G แข่งเดือด-ทุ่มเงินชิงไลเซ่น

หนุนลงขันซื้อคืน "ชินคอร์ป" จับตา 3G แข่งเดือด-ทุ่มเงินชิงไลเซ่น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2552 16:26 น.
ผู้บริหาร ทรู หนุนกลุ่มเอกชน-สถาบันการเงินไทย ซื้อคืน "ชินคอร์ป" จากเทมาเส็กสิงคโปร์ เพราะยังกุมสัมปทานสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งเป็นสมบัติของคนไทย และเป็นเรื่องของความมั่นคงในภูมิภาค พร้อมจับตา กชท.ทุบโต๊ะใช้วิธีประมูล 3G แบบ e-Auction แข่งขันด้านราคาอย่างเดียว เพื่อให้กลุ่มทุนใหญ่ทุ่มเม็ดเงินแลกไลเซ่น เตรียมทางเลือก เพิ่มทุน-ขายทิ้งทรูมูฟ หากประมูล 3G ต้องใช้เงินมหาศาล
       
       นายนพปฎล เดชอุดม กรรมการบริษัทย่อย และผู้อำนวยการ และผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวกลุ่มทุนของไทยเตรียมจับมือลงขันซื้อคืนหุ้นธุรกิจโทร คมนาคมซึ่งเป็นของคนไทยจากต่างชาติ โดยระบุว่า ตนเองเห็นด้วยกับแนวทางที่กลุ่มเอกชนและสถาบันการเงินไทยจะร่วมมือกันเสนอ ซื้อหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SHIN คืนจากกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ แต่ที่ผ่านมา กลุ่มตนเองยังไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมเจรจาในเรื่องนี้
       
       อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่ผู้บริหาร ทรูฯ ออกมาระบุว่า สนใจจะเข้าซื้อหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC นั้น คงยังเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นในช่วงจังหวะนี้ เพราะทั้งสองบริษัทมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นวิสาหกิจต่างชาติ ทั้งจากนอร์เวย์และสิงคโปร์ ซึ่งมีฐานเงินทุนขนาดใหญ่มาก เชื่อว่าคงจะไม่ตัดสินใจขายหุ้นทั้งสองบริษัทออกมาง่ายๆ ในช่วงนี้
       
       ส่วนความคืบหน้าในการประมูลใบอนุญาต 3G บริษัทยังให้ความสนใจเป็นอันดับแรก แม้ว่าหากทางคณะกรรมการประกอบกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยังยืนยันที่จะใช้วิธีประมูลแบบ e-Auction แข่งขันด้านราคาอย่างเดียว ก็จะทำให้เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับ บมจ.ทรูฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่สุดในตลาดขณะนี้
       
       แต่หากว่า กทช.ไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้าประมูลว่าจะต้องเป็นผู้ ประกอบการไทยเท่านั้น ก็เชื่อว่าจะมีต่างชาติโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เข้ามาประมูลจำนวนมาก ทั้งจากญี่ปุ่น จีน นอร์เวย์ สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เพราะมองว่าการเป็นเจ้าของโครงข่าย 3G ไม่เพียงเฉพาะการทำธุรกิจ แต่ส่งผลถึงความมั่นคง ซึ่งรัฐวิสาหกิจจากประเทศเหล่านี้ มีโอกาสที่จะเข้าประมูล ซึ่งเคยเกิดมาในหลายๆ ประเทศแล้ว
       
       "ที่ผ่านมาการประมูล 3G ทั่วโลกใน 79 ประเทศ พบว่ามีเพียง 29 ประเทศเท่านั้น ที่ใช้ระบบการประมูล โดยมีจำนวนถึง 50 ประเทศใช้รูปแบบ Beauty Contest และการจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายเดิมเลย ก็ยังยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ประมูลแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวเพราะจะทำให้ทุก ค่ายหันมาให้ราคาไลเซ่นส์สูง แต่ความสามารถในการลงทุนโครงข่ายกลับลดน้อยลง และจะส่งผลให้ผู้บริโภคต้อเป็นผู้แบกรับภาระมากที่สุด"
       
       นายนพปฏล กล่าวว่า เรื่องความพร้อมทางการเงินของกลุ่ม ทรูฯ เป็นเรื่องเล็ก เรามีแผนรองรับการระดมเงินทุนจำนวนมาก แต่หากต้องใช้เงินลงทุนเกินกว่าที่คิดไว้ ก็คงมีทางเลือก 2 แนวทาง คือ การเพิ่มทุน บมจ.ทรูฯ ซึ่งจากที่เคยพูดคุยกับพันธมิตรหลายรายก็ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุน เนื่องจากเป็นเจ้าของบริการเคเบิลทีวี บรอดแบนด์ โทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะ "ทรูมูฟ" ที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีลูกค้าถึง 16 ล้านรายอยู่ในมือ
       
       ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย คือ การตัดขายธุรกิจ "ทรูมูฟ" ให้กับบริษัทอื่น เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทตั้งใจลงทุนและพยายามพัฒนาทรูมูฟ จนมีลูกค้าถึง 16 ล้านราย แต่ก็ต้องประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด และทำให้ บมจ.ทรูฯ ไม่สามารถปันผลได้มาถึง 15-16 ปีแล้ว หากต้องยอมตัดขายทรูมูฟ น่าจะเกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้น
       
       "เรายังไม่ได้ตัดสินใจในแนวทางใด จนกว่าจะเห็น IM ซึ่งเป็นร่างหลักเกณฑ์ประมูลใบอนุญาต 3G ของ กทช.ที่จะออกมา แล้วคงมาดูว่า ควรจะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งก็มี 2-3 แนวทางข้างต้น"
       
       ปัจจุบัน ทรูฯ ถือหุ้นใหญ่โดย เครือซีพี 53.5% และกลุ่ม KFW ประมาณ 10% ที่เหลือเป็นนักลงทุนรายย่อย โดยมีภาระหนี้สินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดิมมีแผนจะออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ต่างประเทศประมาณ 2.0-2.5 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้คงต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดทุน เริ่มกลับมาทำให้ผลตอบแทน (Yield) ค่อนข้างสูง และทำให้การซื้อคืนหนี้ทำได้ลำบาก แต่บริษัทก็ยังมีความสนใจอยู่
 

[Food not Bombs Thailand] ประกายไฟเสวนา ตอน "บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ"



 
From: fareedah p.prakarapho <individualism_aha@live.com>
Date: ต.ค. 9, 2009 5:32 หลังเที่ยง
Subject: [Food not Bombs Thailand] ประกายไฟเสวนา ตอน “บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ”
To: 
 
ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ
ปาลิดา ประการะโพธิ์
ประกายไฟ
.........................................
 
                ประกายไฟเสวนา ตอน “บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ”

13.00 – 16.00 น. วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2552

@ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

 

สืบเนื่องจากกรณี 3 ผู้นำที่ชุมนุมกรณีเรียกร้องให้รัฐบาลมีการช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวนาปรังที่ตกต่ำ ที่เชียงรายถูกที่จำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เมื่อ 23 กรกฎาคม  2552 หลงจากนั้นเพียงเดือนเศษ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงาน อิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ในเครือ ซึ่งเป็นคนงานบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์(ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิล์ลเวลล์การ์เม้นท์ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาของรับบาลบริเวณหน้าทำเนียบและรัฐสภา  ในวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากได้ได้รับความสนใจจากรัฐบาลและการพยายามสลายการชุมนุมด้วยเครื่องทำลายประสาทหูหรือ LRAD แล้ว  ยังถูกออกหมายจับ 3 แกนนำ ด้วยข้อหาก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216 เช่นเดียวกับคนขายหวยจากจังหวัดเลยที่มาประท้วงกระทรวงการคลังไม่จัดสรรโควตาสลาก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา 
 
และล่าสุดก็กรณีที่พี่น้องชาวบ้านที่หนองแซงประสบ  คือผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปิดถนนทางสาธารณะกับแกนนำชาวบ้าน 6 คน ด้วยพ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 39 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229 โดยอ้างว่าทำให้ปิดทางสาธารณะอันน่าจะทำให้เกิดเหตุอันตราย และปรากฏว่าพี่น้องเราถุกจับกุมขณะกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 3 คน  ภายหลังการชุมนุมบนถนนสายพหลโยธินตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2552 และได้ยุติการชุมชนในวันที่ 25 กันยายน 2552 เพื่อแสดงตัวตนและสื่อสารต่อสาธารณะของชาวบ้านที่เป็นเหยื่อของการพัฒนาที่ไม่เป็นธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ
 
ซึ่งก็เช่นเดียวกับที่คนงานไทรอัมพ์ เอนิออนและเวิลเวล การ์เมนท์ ได้มาชุมนุมที่หน้าทำเนียบและรัฐสภา  ที่นอกจากการเรียกร้องต่อรัฐบาลและการติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว  ยังเป็นการแสดงตัวตนและสื่อสารต่อสาธารณะถึงปัญหาการส่งเสริมการลงทุนของรัฐที่ก่อให้เกิดการย้ายฐานการผลิตและความด้วยประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเศรษฐกิจและแรงงานของรัฐบาล  เหล่านี้แทนที่การใช้สิทธิพลเมืองในการแสดงตัวตนและสื่อสารต่อสาธารณะจะได้รับความสนใจและแก้ไขปัญหาจากรัฐ  แต่ผลกลับเป็นการเปิดปากหรือปราบโดยรัฐด้วยการออกหมายจับติดๆกัน  สะท้อนให้เห็นทางหนึ่งคือรัฐได้ลุแก่อำนาจ  แทนที่จะจัดการแก้ไขปัญหากลับมองประชาชนผู้เดือดร้อนเป็นตัวปัญหาที่ต้องปิดปากแล้ว  อีกทางหนึ่งยังเป็นการพิสูจย์น้ำยาของขบวนการภาคประชาชนในขณะนี้ด้วยว่าจะรับมือกับการรุกคืบเข้ามาของอำนาจรัฐที่นับวันยิ่งลุแก่อำนาจมาขึ้น  ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มประกายไฟและองค์กรภาคประชาชนที่ประสบกับปัญหาจึงร่วมกันจัดกิจกรรมในลักษณะของการเสวนาเชิงปฏิบัติการ  เพื่อร่วมกันหามาตราการป้องกันและแก้ไขกับปัญหาที่กำลังทวีเพิ่มมากขึ้นี้  ภายใต้ชื่อกิจกรรม ประกายไฟเสวนา ตอน บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ
 
 
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถูกปราบหรือละเมิดสิทธิพลเมืองโดยรัฐที่เคยเกิดขึ้น
2.เพื่อให้ได้แนวทางร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิทธิการชุมนุมที่ถูกปราบโดยรัฐของภาคประชาชนร่วมกัน
 
 
กิจกรรม
12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียน พูดคุยกันตามอัธยาศรัย
13.00 – 16.00 น. เสวนา ในหัวข้อ บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ
                                นำเสวนาโดย
                                ตัวแทนจากสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ
                                ตัวแทนจากกลุ่มคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าหนองแซง สระบุรี
                                นักกฏหมายสิทธิมนุษยชนจากมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
                                อุเชนทร์ เชียงเสน  นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย   เก่งกิจ     กิติเรียงลาภ            กลุ่มประกายไฟ

 

 

 


Windows Live: วิธีที่ง่ายขึ้นเพื่อให้เพื่อนรับรู้ สิ่งที่คุณอัปเดตใน Facebook
--~--~---------~--~----~------------~-------~--~----~
You received this message because you are subscribed to the Google Groups "Food not Bombs Thailand" group.
To post to this group, send email to food-not-bombs-thailand@googlegroups.com
To unsubscribe from this group, send email to food-not-bombs-thailand+unsubscribe@googlegroups.com
For more options, visit this group at http://groups.google.com/group/food-not-bombs-thailand?hl=en
-~----------~----~----~----~------~----~------~--~---
 




--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe
www.pil.in.th

08 ตุลาคม 2552

"ยูเอ็น"จี้ไทยทำแผนรับผู้สูงอายุ เผยพุ่งกว่าปท.พัฒนาแล้ว

วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:54:47 น.  มติชนออนไลน์

"ยูเอ็น"จี้ไทยทำแผนรับผู้สูงอายุ เผยพุ่งกว่าปท.พัฒนาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลนิธิพัฒนาผู้สูงอายุและภาคประชาสังคม จัดสัมมนาเรื่อง "สูงวัย เปี่ยมคุณค่า ร่วมพัฒนาสังคม" เนื่องในวันผู้สูงอายุสากลประจำปี 2552 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม


นายนาจิบ อัสซิฟี ผู้แทนกองทุนแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กล่าวว่า ประเทศไทยขณะนี้กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) อย่างรวดเร็ว โดยอัตราการเพิ่มของประชากรสูงอายุคิดเป็นร้อยละ 3.7 ซึ่งสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกและเอเชียอาคเนย์ คาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17 ในปี 2568 และเพิ่มเป็นร้อยละ 27 ของประชากรทั้งหมดในปี 2593 ซึ่งการสูงอายุของประชากรของประเทศไทยอยู่ในอัตราที่เร็วกว่าที่เกิดขึ้นใน ประเทศตะวันตกหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น ภาครัฐควรมีแผนในการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำทารุณหรือขาดการดูแล


ด้านนพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณ 7 ล้านคน และคาดว่าในปี 2568 จะมีผู้สูงอายุร้อยละ 17 ทั้งนี้ สภาพสังคมปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสังคมอุตสาหกรรม ประชากรวัยทำงานมีการย้ายถิ่นมาทำงานในเมืองมากขึ้น ผู้สูงอายุมีแน้วโน้มอยู่คนเดียวมากขึ้น และจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ารายได้ของคนไทยจะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 50 ปี และลดลงอย่างชัดเจนเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังพบว่าส่วนใหญ่จะไม่มีรายได้หลังอายุ 80 ปี


"ภาครัฐอาจต้องจัดสรรงบประมาณอุดเพิ่มเติมจากการเพิ่มภาษีมูลค่า เพิ่ม อาจเป็น 0.5-1% จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณที่ภาครัฐจะต้องใช้รองรับจำนวนผู้สูงอายุที่จะ เพิ่มขึ้นในอนาคตและช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตัวเอง" นพ.สุทธิชัย กล่าว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1255006499&grpid=03&catid=

--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe
www.pil.in.th

[Food not Bombs Thailand] FW: "รวมพลคนรักเช" ครั้งที่ 2 - 9 ตุลาคม 2552 19.00 น. ณ ร้าน Moonshine Bar ถนนพระอาทิตย์



 
From: fareedah p.prakarapho <individualism_aha@live.com>
Date: ต.ค. 8, 2009 6:07 หลังเที่ยง
Subject: [Food not Bombs Thailand]  "รวมพลคนรักเช" ครั้งที่ 2 - 9 ตุลาคม 2552 19.00 น. ณ ร้าน Moonshine Bar ถนนพระอาทิตย์
To: 

 

 

รวมพลคนรักเช (Che Guevara)



"รวมพลคนรักเช" (ครั้งที่ 2)


9 ตุลาคม 2552 19.00 น.

ณ ร้าน Moonshine Bar ถนนพระอาทิตย์

ครบรอบ 42 ปี การเสียชีวิตของ เช กูวารา Che Guevara นักปฏิวัติ

9 ตุลาคม 2510(1967) - 9 ตุลาคม 2552(2009)


"เอาเชมาโชว์"
 ใส่สัญลักษณ์ "เช" มาแสดงตัว

มารู้จักเพื่อนพ้องน้องพี่ครอบครัวเดียวกันในโลกใบใหญ่
พบปะสังสรรค์พูดคุยกันอย่างเรียบง่าย
มาร่วมฟังเพลงเกี่ยวกับเช อุดมการณ์แบบเชๆ

ร่ำดื่มสุรา-อาหารตามสบายแล้วแต่สตางค์มี


วันสังหารเช กูวารา คือวันนับถอยหลังความตายของทุนนิยม

Organize By YPD and Moonshine bar
www.oknation.net/blog/ypd
 
ลดราคาจากร้านฟรี 10% สำหรับเพื่อนเช

ศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552, 19.00-23.00 น.  

                                              ร้าน Moonshine Bar ท่าพระอาทิตย์ ตรงข้าม Unicef

            เรื่องเล่าของวีรบุรุษของคนหนุ่มสาวร่วมสมัย ที่ยังคงขลังและตราตรึงไม่เสื่อมคลาย สำหรับคนหนุ่มสาวค่อนโลกแล้ว เช กูวารา คือวีรบุรุษในดวงใจของใครหลายคนไม่มากก็น้อย ตั้งแต่ฮิปปี้อเมริกาต่อต้านสงครามเวียดนาม ถึงกระทั่งขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนไทยในการปฏิวัติ 2516 รวมถึงคนหนุ่มสาวร่วมสมัยในปัจจุบัน ตั้งแต่แผ่นดินละตินอเมริกาถึงชายฝั่งเอเชีย-แปซิฟิค 

            ภาพของเขาผ่านการก๊อปปี้ครั้งแล้วครั้งเล่า.. เรื่องราวของเขาถูกเล่าผ่านนานนับไม่ถ้วน..

            เขาผู้ไม่ยินยอมค้อมหัวให้อำนาจเผด็จการฟาสซิสต์ป่าเถื่อนและจักรวรรดินิยมอเมริกา เขาผู้จากบ้านมาแต่ไกลเพื่อปลดปล่อยประเทศคิวบาจนได้รับชัยชนะ ทั้งยังทิ้งลาภยศสรรเสริญมุ่งหน้าสู่โบลิเวีย เพื่อร่วมกองทัพปลดปล่อยประชาชนจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต เมื่อโดนกองกำลังทหารรัฐโบลิเวียร่วมมือกับ CIA จับกุมตัวเขาไว้ได้ ..

            ด้วยความเป็นวีรบุรุษของฝ่ายซ้ายทั่วโลกในขณะนั้น ศัตรูถึงกลับตัดมือและเท้าของเขาเพื่อทำลายร่องรอยของศพ และฝังกลบสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เยี่ยงวีรบุรุษของเขาให้โลกลืม,..
            แต่กระนั้น 30 ปีให้หลัง ศพของเขาก็ถูกค้นพบ..


"หากท่านตัวสั่นเทาเมื่อเห็นความอยุติธรรม  ท่านคือเพื่อนของเรา..."
 Ernesto Che Guevara



ประกวดเสื้อ เช กูวารา ที่สวยที่สุดในงาน...
สำหรับใครที่ใส่เสื้อสัญลักษณ์เชที่สวย เท่ ที่สุดในงาน จะได้รับรางวัลพิเศษจากทางร้านและผู้จัด
(สงวนสิทธิ์การตัดสินเป็นทัศนะคติของผู้จัด)

 

 

 











เรื่องราวของเช กูวารา

http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha/2007/05/07/entry-1

 

ภาพบรรยากาศงาน รวมพลคนรักเช - 40th years Che Guevara

ภาพบรรยากาศงาน
40th years Che Guevara
9 October, 2007
ที่ Moonshinebar พระอาทิตย์ ตรงข้าม Unicef


หน้าทางเข้าร้าน..


หนังสือ เช เกวาราของธเนศ วงศ์ยานนาวา และกนกพงษ์ สงสมพันธุ์


เช เกวารา เมืองไทย หน้าตาไม่เป็นรองเชตัวจริง..


ลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมงาน





วงสลึง มหิดล ร่วมร้องเพลงในบรรยากาศกันเอง.. (แต่ปีนี้ไม่มีดนตรี)



แก๊งค์เช เกวารา มาจากทั่วทุกสารทิศ


Bob ขอแอบหล่อหน่อยพี่...



Cheers Che, (ยืน-กลาง) พี่เอฟ เจ้าของร้าน รุ่นพี่ค่ายนิเทศ จุฬาฯ แต่หน้าโหดสุดๆ



ผู้มาเยือน... ด้านหลัง แก๊งค์เกษตรฯ + เทพศิรินทร์ รุ่นไหนหว่า?...


พี่แอ้ว เจ้าของร้าน(อีกคน)คนสวย...



ขออีกรูปเถอะครับ... แน่ะ มีกำหมัดด้วย..



วันนั้น มีนิสิต นักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายคนมาร่วมด้วย,


Carlos Puebla - "Hasta siempre comandante" (1965)

Aprendimos a quererte
desde la histуrica altura
donde el sol de tu bravura
le puso cerco a la muerte
Estribillo:

Aquн se queda la clara
la entraсable transparencia
de tu querida presencia
comandante Che Guevara

Tu mano gloriosa y fuerte
sobre la historia dispara
cuando todo Santa Clara
se despierta para verte

Estribillo: ...
Vienes quemando la brisa
con soles de primavera
para plantar la bandera
con la luz de tu sonrisa
Estribillo: ...
Tu amor revolucionario
Te conduce a nueva empresa
Donde espera la firmeza
De tu brazo libertario
Estribillo: ...
Seguiremos adelante
Como junto a tн seguimos,
Y con Fidel te decimos:
Ўhasta siempre comandante!
Estribillo: ...


น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมฯ ลาดกระบัง แฟนคลับเช ตัวจริง ตอบได้ทุกอย่าง...


3 สหาย อดิศร เกิดมงคล, เมธา มาสขาว, นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ (จากซ้าย)


ปีเตอร์ ไทยโพสต์, น็อต เพื่อนสนิท นิเทศ จุฬาฯ, พี่วัท มหาดไทย จากเครือเนชั่น


หญิงสาวจากแพทย์ศาสตร์ ศิริราช คว้าเสื้อประมูลจาก IUSY ไปครอง


บรรยากาศในงาน..


รวมพลคนรักเช ใครเท่ห์กว่ากัน...


 






























Windows Live: อัปเดตเกี่ยวกับตัวคุณให้เพื่อนรู้ เรื่องราวบนโลกออนไลน์ของคุณ
--~--~---------~--~----~------------~-------~--~----~
You received this message because you are subscribed to the Google Groups "Food not Bombs Thailand" group.
To post to this group, send email to food-not-bombs-thailand@googlegroups.com
To unsubscribe from this group, send email to food-not-bombs-thailand+unsubscribe@googlegroups.com
For more options, visit this group at http://groups.google.com/group/food-not-bombs-thailand?hl=en
-~----------~----~----~----~------~----~------~--~---
 



--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe
www.pil.in.th

กลุ่มสื่อใหม่ตั้ง "ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย" จวกสื่อหลักสมประโยชน์อำมาตย์

กลุ่มสื่อใหม่ตั้ง “ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย” จวกสื่อหลักสมประโยชน์อำมาตย์

 

เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ รายงานว่า สื่อที่เรียกตนเองว่า สื่อฝ่ายประชาธิปไตย ได้รวมตัวกันก่อตั้งชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย (Thai freedom press club-TFPC) เพื่อ ร่วมมือกันผลิตสื่อที่มีแต่ความจริง ไร้การบิดเบือนสู่ประชาชน และตอบโต้การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อที่บิดเบือนขาวเป็นดำ (black propaganda) หรือการสร้างกระแสข่าวให้ประชาชนเกิดความไขว้เขวสับสนออกไปจากสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศ (wag the dog) ของบรรดาสื่อกระแสหลักที่ละเลยจุดยืนของการทำหน้าที่สื่อที่เป็นกลาง และสื่อที่ขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ

การประชุมของผู้แทนสื่อมากกว่า 50 รายมีขึ้นที่ที่ทำการชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 27ก.ย. โดยมีผู้แทนจากหลายสื่อเช่น นิตยสารแนวร่วมRED คอลัมนิสต์ ประจำหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการข่าวโทรทัศน์ ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการข่าววิทยุ รวมทั้งเว็บไซต์ต่างๆ ของ ฝ่ายประชาธิปไตย เช่น ไทยอีนิวส์ (http://www.thaienews.blogspot.com) เสรีชน (www.serichon.com) นปช.USA (www.norporchorusa.com) นิวสกายไทยแลนด์ (www.newskythailand.com) ประชาชนไทย (www.prachachonthai.com) ไทยเสรี (www.thaiseri.net) คนไทยUS (www.khonthaius.com) ความจริงวันนี้ (www.todayfact.tv) คนไทย (www.khonthai.org) พลังประชาธิปไตย (www.powerdmc.org) แดงนนท์ (www.rednon.org) นปช.พัทยา (www.norporchorpattaya.worldpress.com) หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย และชุมชนออนไลน์ฟ้าเดียวกัน (www.sameskyboard.com) เป็นต้น

ที่ประชุมได้มีมติก่อตั้งชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย (TFPC) และได้เลือกตั้งนายไพโรจน์ มิตรประชา บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารแนวร่วม RED รายสัปดาห์เป็นประธาน

ประธานของ TFPC กล่าว ว่า สื่อมวลชนกระแสหลักจำนวนมากได้เปลี่ยนจุดยืนจากการสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย ดังที่เคยเป็นมาในอดีตไปอยู่ข้างฝ่ายเผด็จการ ไม่ใช่นักข่าวในสนามมีจิตสำนึกที่ผิดพลาด หรือไร้จรรยาบรรณ หากแต่เป็นเพราะนายทุนสื่อต่างๆ มีผลประโยชน์ต้องรับความอุปถัมภ์ช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆจากฝ่ายเผด็จการ อำมาตย์ที่กุมอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสัมปทานคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ เวลาออกอากาศ งบประมาณโฆษณาจากภาครัฐ การจัดอีเว้นต์ของภาครัฐ เพื่อทำให้องค์กรของตนเองอยู่รอดหรือมีรายได้ ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์ที่ยึดกุมอำนาจรัฐ ก็ให้นายทุนสื่อต่างๆ ต้องผลิตงานผ่านสื่อต่างๆ เพื่อรับใช้สนองนโยบายทางการเมืองของตน และให้โจมตีบิดเบือนทำลายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาชน ฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการสมประโยชน์กันสองฝ่าย

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ความสมประโยชน์ของสื่อกระแสหลักกับอำมาตย์ได้ดำเนินมาจนเปิดเผย ล่อนจ้อนในช่วงเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ผ่านมา ซึ่งมีการร่วมมือกันอย่างเข้มข้นจนเอาชนะสงครามข่าวสารได้ ฝ่ายประชาธิปไตยประสบความพ่ายแพ้ลงในระยะนั้นก็เพราะเหตุนี้ ดังนั้น TFPC จึงได้รวมตัวกันจากสื่อของฝ่ายประชาธิปไตย และยินดีเปิดกว้างต้อนรับสื่อกระแสหลักที่อึดอัดกับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ มาร่วมมือกันก่อตั้งชมรม เพื่อร่วมกันผลิตสื่อที่เสนอแต่ความจริง ไร้การบิดเบือน และทำหน้าที่ตอบโต้การโฆษณาชวนเชื่อแบบblack propaganda และ wag the dog ดังที่ทำกันอยู่อย่างเข้มข้นในเวลานี้

นายไพโรจน์ ระบุว่า อย่างไรก็ตาม TFPC จะ ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับใช้ เชียร์หรือสนับสนุนฝ่ายใดอย่างเข้ารกเข้าพง เช่น หากกลุ่มเสื้อแดงมีการกระทำการที่ผิดพลาดบกพร่อง หรือแกนนำ รวมทั้งอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กระทำการที่ผิดพลาดบกพร่อง ก็ต้องมีการนำเสนอข่าวที่เป็นจริง ไม่มีการบิดเบือน หรือแก้ต่างให้เช่นกัน เพราะTFPCไม่ ได้มีเป้าหมายจะนำเสนอข่าวเอาใจกลุ่มเสื้อแดงเท่านั้น แต่ต้องการนำเสนอข่าวไปยังประชาชนทั่วไป ที่มีใจเป็นกลาง ต้องการความเป็นจริง ไร้การบิดเบือน ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

กิจกรรมของ TFPCเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27ก.ย. โดยมีการจัดฝึกอบรมให้แก่สมาชิกกว่า 50 ราย จากสื่อประชาธิปไตยต่างๆ โดยการอบรมวิธีการทำข่าว การนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง เป็นจริง ไม่บิดเบือน จรรยาบรรณของสื่อเป็นต้น โดยวิทยากรผู้ทำหน้าที่ฝึกอบรม เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์และคอลัมนิสต์ฝ่ายประชาธิปไตย นางวิภา ดาวมณี นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายไพโรจน์ บรรณาธิการอำนวยการแนวร่วมRED นาย สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา นายวัฒนะ วรรณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย นายบังสุกุล ผู้บริหารเว็บไซต์ถ่ายทอดสดวิทยุ+ทีวีอินเทอร์เน็ตกว่า20 เว็บไซต์ นายรุ่งโรจน์ วรรณศูทร คอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ และนายสมศักดิ์ ภักดิเดช บรรณาธิการข่าวไทยอีนิวส์ 

นายจักรภพกล่าวในการอบรมตอนหนึ่งว่า TFPCเป็น ความหวังของฝ่ายประชาธิปไตย มีหน้าที่สำคัญเสมือนการเข้าไปถอดรหัสรับดาวินซี่ ร่วมกันเปิดเผยและเปิดโปงภาพฉากหน้าอันฉาบไว้ด้วยความงดงามของระบบอำมาตย์ แต่แท้จริงสกปรกโสมม เป็นอุปสรรคถ่วงรั้งความก้าวหน้าของประเทศชาติ เป็นอุปสรรคของชาวประชาธิปไตย 

นายจักรภพกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้แล้วTFPCยัง เป็นความหวังว่าจะนำความจริงที่ไร้การบิดเบือน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ กอรปด้วยจรรยาบรรณนำเสนอเผยแพร่ต่อประชาชน โดยไม่ต้องไปพยายามครอบงำความคิดเห็นของสาธารณชน เพียงแต่ข้อเท็จจริงและแนวทางประชาธิปไตยที่ถูกต้องเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก ก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะทำให้เผด็จศึกอำมาตย์ได้ในเร็ว วันนี้

ทั้งนี้ ไทยอีนิวส์ระบุด้วยว่า สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของTFPC และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการฝึกอบรมการปฏิบัติงานข่าว การวิเคราะห์ข่าว การนำเสนอข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนและ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการเขียนเว็บไซต์ เขียนบล็อกข่าว การถ่ายทอดสดวิทยุและโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างง่าย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ให้แจ้งไปที่ freedompress9999@gmail.com หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่www.thaifreedompress.blogspot.com

 
http://www.prachatai.com/journal/2009/10/26054

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ 9 Wonders of Wat Pho


9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ 9 Wonders of Wat Pho

by : แม็ก (chaiypoon)
Mail to chaiypoon@gmail.com
IP : (118.172.82.116) - เมื่อ : 29/09/2009 11:35 PM

9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ 9 Wonders of Wat Pho



โครงการ Mini Light and Sound เป็น กิจกรรมการแสดงที่เชื่อมโยงกับการนำเสนอแง่มุมทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ ประเพณีกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยกำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่สำคัญได้ทุกโอกาส ทั้งนี้ วัดพระเชตุวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร จะมีลักษณะพิเศษ คือ นักท่องเที่ยวต้องเดินชมการจัดแสดงและเล่าเรื่องราวเป็นจุด ๆ คล้ายกับการแสดงแสงเสียงที่คาร์นัค ประเทศอียิปต์ (Karnak, Eypt)



การจัดแสดง “๙ สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์” ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ พบกัน

๑. มหัศจรรย์พระพุทธไสยาส

๒. มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน

๓. มหัศจรรย์มหาเจดีย์สี่รัชกาล

๔. มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย

๕. มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์

๖. มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์

๗. มหัศจรรย์ผ่านภาพรัตนโกสินทร์

๘. มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร

๙. มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทย

จัดแสดงทุกวัน รอบละไม่เกิน ๕๐ คน จำนวน ๖ รอบ /วัน (๑๘.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.) ดังนี้



รอบที่ ๑ เวลา ๑๘.๐๐ น. (ภาษาไทย)

รอบที่ ๒ เวลา ๑๘.๓๐ น. (ภาษาไทย)

รอบที่ ๓ เวลา ๑๙.๐๐ น. (ภาษาอังกฤษ)

รอบที่ ๔ เวลา ๑๙.๓๐ น. (ภาษาไทย)

รอบที่ ๕ เวลา ๒๐.๐๐ น.(ภาษาอังกฤษ)

รอบที่ ๖ เวลา ๒๐.๓๐ น.(ภาษาไทย)



หมายเหตุ ๑. จำหน่ายบัตรและสำรองบัตรเข้าชมล่วงหน้าได้ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒



การจำหน่ายบัตรเข้าชม การแสดงเสียงแสง “๙สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์” เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.

- คนไทยบัตรใบละ ๕๐ บาท/คน

หรือ ซื้อบัตร ๑๐ คน แถมฟรี ๑ คน

หรือ ราคาเหมาจ่าย ๕๐ คน/รอบ ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท

- ชาวต่างชาติ บัตรละ ๒๐๐ บาท/คน

หรือ ซื้อบัตร ๑๐ คน แถมฟรี ๑ คน

หรือ ราคาเหมาจ่าย ๕๐ คน/รอบ ๆ ละ ๘,๐๐๐ บาท

หมายเหตุ ๑. นักเรียน/นักศึกษาเข้าชมเป็นหมู่คณะ ชมฟรี โดยมีหนังสือติดต่อประสานงานเป็นกรณีพิเศษได้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

๒. มัคคุเทศก์เข้าชมฟรี



สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองบัตรเข้าชม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ – ๒๒๖ ๐๓๓๕, ๐๒ – ๒๒๖ ๐๓๖๙, หรือ โทรสาร ๐๒ – ๒๒๖ ๐๓๗๐ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.

บริการพิเศษ นวดแผนโบราณตำรับวัดโพธิ์ เปิดบริการทุกวัน สามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองใช้บริการได้ที่หมายเลข โทรศัพท์ ๐๒ – ๒๒๑ ๒๙๗๔ กด ๐, ๐๒ – ๒๒๕ ๔๗๗๑ และ ๐๘๔ – ๒๐๖ ๓๕๘๐ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. จำกัดจำนวน ๔๐ คน/รอบ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. อัตราบริการ ดังนี้

- นวดไทย ๓๐ นาที ราคา ๒๒๐ บาท/ ๑ ชั่วโมง ๓๖๐ บาท

- นวดเท้า ๔๕ นาที ราคา ๓๖๐ บาท

- นวดประคบสมุนไพร ๑ ชั่วโมง ราคา ๔๘๐ บาท



ข้อห้ามในการนวดเท้า

๑.อยู่ในระหว่างเจ็บป่วย

๒.ช่วงมีประจำเดือน

๓.ระหว่างตั้งครรภ์

๔.หลังรับประทานอาหารน้อยกว่า ๑๕ นาที

**************************************



แหล่งข้อมูล :

กองสร้างสรรค์กิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โทร. ๐๒ – ๒๕๐ ๕๕๐๐ ต่อ ๔๓๖๔



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

23 กันยายน 2552

Check out "บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1" on หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้



 
จาก: พ่อมือใหม่ <share@go2pasa.ning.com>
วันที่: กันยายน 21, 2009 3:20 หลังเที่ยง
หัวเรื่อง: Check out "บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1" on หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้
ถึง:


หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้
หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้
พ่อมือใหม่
Check out the video 'บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1'

บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1
บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1
Video link:
บรรยากาศ เวิร์กช็อปเด็กสองภาษา 101 รุ่น 1

เกี่ยวกับเว็บไซต์ หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้
จากบ้านไม่กี่หลังของผู้เห็นด้วยกับแนวทางสอนภาษาที่สองให้กับลูก โดยใช้วิธีสอนแบบเด็กสองภาษา ทำให้เกิดครอบครัวสองภาษาขึ้นเป็นหมู่บ้านแห่งนี้
หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ 5110 สมาชิก
7765 รูปภาพ
354 วีดีโอคลิป
2118 กระทู้
6 กิจกรรม
468 เนื้อหาบล็อก
 
To control which emails you receive on หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้, click here



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom

20 กันยายน 2552

อ่านอะไร เป็นอะไร

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11517 มติชนรายวัน


อ่านอะไร เป็นอะไร


คอลัมน์ โลกสองวัย

โดย บางกอกเกี้ยน




กลางเดือนหน้าตุลาคม มีงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกครั้ง และอีกครั้ง

วันที่4 ตุลาคม เป็นวันออกพรรษา จากนั้นพระสงฆ์จะรอรับกฐิน ทั้งกฐินพระราชทานและที่หน่วยงานขอรับกฐินพระราชทานไปทอดยังวัดหลวง ฝ่ายเอกชนชาวบ้านทั่วไปที่ตั้งองค์กฐินไว้ตั้งแต่ยังไม่ออกพรรษาก็กำหนดวัน ไปทอดกฐินสามัคคี ทำบุญออกพรรษาตามธรรมเนียม

เช้าวันอาทิตย์โน้น ตื่นเช้าเปิดวิทยุหลังแปดโมง เพลงชาติจบแล้ว ได้ยินว่าท่านพระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) วัดสุทัศน์ฯ เทศนาประจำเช้าวันอาทิตย์นั้น

ฟังเริ่มต้นทราบว่าท่านจะเทศน์ถึงวาระการอ่านหนังสือแห่งชาติของรัฐบาลนี้ ที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งจะไปเปิดงานวันก่อนหน้านั้น

ท่านบอก ว่า แท้ที่จริงไม่น่าจะเป็นวาระแห่งชาติ แต่ควรเป็นภาระแห่งชาติ แล้วท่านก็ร่ายสั้นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ ฟังไปฟังมาชักเข้าท่าที่ท่านบอกว่าไม่อ่านอะไรเป็นอะไรไม่ได้ เชิญสดับ

"ไม่อ่านพระไตรปิฎก เป็นนักปกครองไม่ได้ ไม่อ่านนิทานชาดกในพระสูตร เป็นนักพูดที่ดีไม่ได้ ไม่อ่านพระอภิธรรม เป็นนักกรรมฐานไม่ได้ ไม่อ่านพระอภัยมณี เป็นกวีไม่ได้ ไม่อ่านพระมหาชนก ยกฐานะไม่ได้ ไม่อ่านมโหสถบัณฑิต เป็นนักคิดไม่ได้ ไม่อ่านศรีธนญชัย เป็นเสนาธิการให้ใครไม่ได้ ไม่อ่านสามก๊กให้จบ เป็นนักรบไม่ได้ ไม่อ่านคัมภีรไตรเภท เป็นผู้วิเศษไม่ได้ ไม่อ่านโมรา-กากี เป็นหญิงที่ดีไม่ได้

"ไม่อ่านพงศาวดาร เป็นนักวิชาการไม่ได้ ไม่อ่านประวัติศาสตร์ สร้างชาติ-กู้ชาติไม่ได้ ไม่อ่านบทกวี เป็นนักคิดที่ดีไม่ได้ ไม่อ่านภาษาต่างประเทศ หากินข้ามเขตไม่ได้ ไม่อ่านนวนิยาย เขียนจดหมายเอาดีไม่ได้ ไม่อ่านและท่องหนังสือสวดมนต์ เป็นคนดีไม่ได้ ไม่อ่านพระคัมภีร์ เป็นศาสนิกที่ดีไม่ได้ ไม่อ่านราชาศัพท์ เป็นคนระดับสูงไม่ได้ ไม่อ่านข่าว ก้าวทันโลกไม่ได้ ไม่อ่านรามเกียรติ์ เป็นเซียนชั้นปกครองไม่ได้

"ไม่อ่านนิทานพื้นบ้าน สนิทสนมกับลูกหลานไม่ได้ ไม่อ่านบทวิเคราะห์ เจาะลึกข้อมูลของปัญหาไม่ได้ ไม่อ่านบุคคลสำคัญ คิดงานสร้างสรรค์ไม่ได้ ไม่อ่าน พล นิกร กิมหงวน สร้างความเสสรวลไม่ได้ ไม่อ่านพระบรมราโชวาท เป็นนักปราชญ์และนักปกครองไม่ได้ ไม่อ่านหนังสือนานาชนิด เป็นบัณฑิตไม่ได้ ไม่อ่านหนังสือโต้ตอบทางราชการ ปฏิบัติงานไม่ได้"

ท่านเจ้าคุณพิพิธฯบอกกล่าวถึงการสร้างวินัยกับใจรักการอ่านไว้ 10 ขั้น ที่นำมาเกริ่นนำเป็นขั้นที่ 3

ส่วนขั้นอื่น คือ
ขั้นที่ 1 ต้องฝึกการอ่าน 3 แบบ คือใจจดจ่อ ปากกา-ดินสอจดบันทึก ท่องและนึกทบทวน
ขั้นที่ 2 ถามตนเองเนื่องๆว่า 1 วัน อ่านหนังสือดีมีสาระกี่หน้า 1 สัปดาห์ เข้าห้องสมุดค้นคว้ากี่ครั้ง 1 เดือน จ่ายสตางค์ซื้อหนังสือดีๆ กี่เล่ม
ขั้นที่ 3 คือขั้นสำรวจว่าตนเองอ่านหนังสือ (ที่เกริ่นนำ) หรือยัง
ขั้นที่ 4 ตั้งคำถาม อ่านอย่างไร อ่านอะไร อ่านแล้วจะเอาไปทำอะไร และอ่านที่ไหน
ขั้น ที่ 5 ต้องเขียนเตือนใจตนเองเสมอว่าไม่รักการเรียนรู้ภาษาไทย เป็นอะไรไม่ได้ อ่านภาษาไทยไม่แตกฉาน เป็นนักศึกษา-นักวิชาการไม่ได้
ขั้นที่ 6 ขอให้รู้ในใจตนเองเสมอว่าเขียนหนังสือหนึ่งตัว คือเงินหนึ่งตังค์ กระเป๋าหนังสือที่ถือหรือแบกข้างหลัง คือถังใส่เงินทอง
ขั้นที่ 7 จงรู้แก่ใจตนเองว่าห้องสมุด คือ สุดยอดของที่พักผ่อนหย่อนใจ
ขั้นที่ 8 จงรู้ว่าคบคนที่ดี ต้องคบคนที่เข้าห้องสมุด หาคู่ครองที่ดี ให้หาที่ห้องสมุด หนีเพื่อนชั่ว จงพาตัวเข้าห้องสมุด
ขั้น ที่ 9 จงเตือนใจตนเองว่าถ้าไม่รักการเรียนรู้ จะมีชีวิตอยู่อย่างอับเฉา ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันเขา จะต้องเศร้าเพราะอับจน และ
ขั้นที่ 10 จงเก็บหนังสือที่มีค่า เหมือนกับว่าเก็บเพชรทอง เงินทองกองอยู่ข้างหน้า ถ้าเรามีความรู้วิชาเสียวันนี้

ท่านเจ้าคุณพิพิธฯ เป็นพระนักเทศน์ที่ได้รับนิมนต์ไปเทศน์อยู่เนืองๆ ซึ่งกิจของสงฆ์ วันนี้ท่านอยู่ในสมณศักดิ์ "พระราชวิจิตรปฏิภาณ"

มีเวลาไปเสวนาธรรมกับท่านที่วัดสุทัศน์ฯ เสาชิงช้า บ้างนะโยม


หน้า 20
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra04210952&sectionid=0131&day=2009-09-21

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/
http://newsblog9.blogspot.com/
http://bloghealth99.blogspot.com/
http://labour9.blogspot.com/
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html

19 กันยายน 2552

ลูกคุณเป็น "แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม" หรือไม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2552 08:28 น.
       ถ้าพูดถึง ”เด็กออทิสติก” คงจะเป็นคำที่คุ้นหูและนึกภาพออกว่ามีลักษณะอาการเป็นอย่างไร แต่ถ้าเอ่ยถึง “แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม” (Asperger’s Syndrome) แล้ว หลายครอบครัวอาจไม่คุ้นชิน ขณะที่บางครอบครัวอาจจะต้องรู้จักกับชื่อนี้เป็นอย่างดี
       
       ลักษณะของ “แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม” นี้ “นพ.จอม ชุมช่วย” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า เมื่อปี พ.ศ. 2483 มีการรายงานถึงกลุ่มอาการผิดปกติทางพฤติกรรม และพัฒนาการของเด็ก โดยคุณหมอฮานส์ แอสเพอร์เกอร์ (Hans Asperger) เป็นผู้ค้นพบลักษณะของกลุ่มอาการดังกล่าว
       
       คน ไข้ส่วนใหญ่ที่พบ จะเป็นเด็กผู้ชายที่มีความเฉลียวฉลาด และมีระดับสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนด้านภาษาสามารถพูดคุยสื่อสารปกติได้เช่นกัน แต่เด็กเหล่านี้จะมีปัญหาในด้านทักษะการเข้าสังคม ร่วมกับการมีพฤติกรรมหมกมุ่น และมีความสนใจซ้ำซาก จึงตั้งภาวะนี้ว่า “แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม” ตามชื่อของเขา
       

       สำหรับสาเหตุของโรคแอสเพอร์เกอร์ นพ.จอม เล่าว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่า มีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ขณะเดียวกันในปัจจุบันยังไม่มียาใดที่ใช้รักษาอาการเหล่านี้ให้หายเป็นปกติ แต่พบว่าเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และให้ความรู้ความเข้าใจกับพ่อแม่ รวมทั้งทางโรงเรียน ในเรื่องการปรับตัว และปรับพฤติกรรมของเด็ก ก็สามารถช่วยให้เด็กอยู่ร่วมในสังคมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
       
       ทั้งนี้ จิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่นได้อธิบาย และให้คำแนะนำถึงพฤติกรรม รวมไปถึงลักษณะอาการของเด็กที่เป็นแอสเพอร์เกอร์ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ
       
       1. ด้านภาษา คือ เด็กกลุ่มนี้ จะมีการพูด และทักษะการใช้ภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งเด็กอาจพูดถูกหลักไวยากรณ์ แต่ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาที่ลึกซึ้ง หรือความหมายโดยนัยที่แฝงอยู่ เช่น มุกตลก คำเปรียบเปรย และคำประชดประชันต่างๆ เป็นต้น

       2. ด้านสังคม จะสังเกตได้ว่าเมื่อเด็กต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อาจมีพฤติกรรมการแสดงออกที่ดูแปลกกว่าเด็กวัยเดียวกัน เช่น ไม่ค่อยมองหน้า หรือสบตาเวลาพูดคุย ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่ค่อยสนใจบุคคลรอบข้าง เล่นกับเด็กคนอื่นไม่ค่อยเป็น ไม่รู้จักการทักทาย พอเจอปุ๊บอยากถามอะไร อยากรู้อะไรก็จะพูดโพล่งออกมา ไม่มีการเกริ่นนำ ถามเรื่องที่สนใจโดยไม่เสียเวลา และไม่ค่อยรู้จักกาลเทศะ เรื่องที่พูดคุยมักเป็นเรื่องของตนเองมากกว่าเรื่องอื่นๆ ไม่แสดงความใส่ใจ หรือสนใจเรื่องราวของคนอื่น ขาดความเข้าใจหรือเห็นใจผู้อื่น และมักชอบพูดซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ ที่ตนเองสนใจ
       
       3. ด้านพฤติกรรม เด็กจะมีความสนใจเฉพาะเรื่อง และชอบทำอะไรซ้ำๆ เช่น ถ้าเขามีความสนใจอะไรก็จะสนใจมากจนถึงขั้นหมกมุ่น โดยเฉพาะกับเรื่องที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน และอาจเป็นเรื่องที่คนอื่นไม่สนใจ เช่น แผนที่โลก วงจรไฟฟ้า ยี่ห้อรถยนต์ ดนตรีคลาสสิค ไดโนเสาร์ ระบบสุริยจักรวาล เป็นต้น โดยความสนใจเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ในบางรายมีความไวต่อสิ่งเร้าที่มาจากภายนอกค่อนข้างมากกว่าคนทั่วไป
       
       อย่าง ไรก็ดี นพ.จอม ระบุต่อว่า โดยทั่วไป เด็กที่มีภาวะดังกล่าว จะมีสติปัญญาดี มีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในเรื่องต่างๆ ที่ต้องทำในชีวิตประจำวันอยู่ในขั้นพอใจ ซึ่งบางคนอาจมีปัญหาสมาธิสั้น หรือปัญหาการจัดลำดับเรื่องราวต่างๆ แต่โดยรวมแล้วเด็กเหล่านี้จะมีระดับสติปัญญาที่เป็นปกติ หรืออาจจะดีกว่าปกติด้วยซ้ำ

       กระนั้น ครอบครัวถือว่ามีบทบาทสำคัญที่ต้องช่วยกันดูแล รวมทั้งต้องทำความเข้าใจกับปัญหา และศึกษาวิธีแก้ไขปัญหา เรียนรู้ทักษะต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน หากเด็กได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ทั้งในการพัฒนาด้านสังคม และพฤติกรรม เด็กจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป
       
       นอกจากนี้ จิตแพทย์เด็ก ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่ในการช่วยเด็กที่มีภาวะเป็นแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อย่างเหมาะสม ดังนี้
       
       - พ่อแม่ควรเล่นกับเด็ก โดยเอาความสนใจของเด็กเป็นที่ตั้ง แล้วค่อยๆ ขยายความสนใจเหล่านั้นไปในแง่มุมอื่นๆ โดยมีเป้าหมายที่จะแบ่งปันความสนใจ และอารมณ์ซึ่งกันและกัน
       
       - สนทนากับเด็กด้วยคำง่ายๆ ชัดเจน และถ้าเป็นตัวอย่างก็ควรเป็นสิ่งของในสถานการณ์จริงหรือรูปภาพ จะทำให้เด็กเข้าใจง่าย และเกิดการเรียนรู้ได้เร็ว
       
       - สร้างบรรยากาศในการทำกิจกรรมให้รู้สึกสบายๆ ไม่เครียด มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง
       
       - ในการเล่นหรือการเรียนของเด็ก ควรจัดเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้เด็กได้คุ้นเคยกับกฎระเบียบของกลุ่มเล็กก่อน ก่อนให้เด็กเข้าในกลุ่มใหญ่
       
       - การใช้คำสั่งกับเด็กต้องมีความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย
       
       - สนับสนุนให้เด็กเข้าเรียนร่วม ช่วยให้สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้
       
       - สนับสนุนกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้เด็กได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อลดความสนใจและความเคยชินที่ซ้ำซาก

       
       พร้อมกันนี้ เมื่อสอบถามไปยังผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ป.6 รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเผยว่า เมื่อรู้ว่าลูกเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ ยอมรับว่ามีความทุกข์พอสมควร เพราะลูกไม่ชอบเข้าสังคม ไม่พูดคุยกับใคร ไม่ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ บางทีก็ไม่ยอมส่งการบ้าน ทำให้ถูกครูตี และครูเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กดื้อ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาป่วย เด็กแอสเพอร์เกอร์จะมีความอ่อนไหวมาก เวลาที่เขารักใครก็จะรักจริง ชอบทำอะไรก็จะทำแบบสุดโต่ง ดังนั้นจะต้องทำความเข้าใจและช่วยเหลือเขา
       
       “ที่ ผ่านมาตัวเองพยายามดูแลเขาโดยยอมที่จะลาออกจากงาน และกว่าจะเข้าใจลูกก็ใช้เวลานานพอสมควร นอกจากนี้การทำงานร่วมกับครู แพทย์ และโรงเรียนจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยเหลือเด็กได้ วันนี้พยายามที่จะดึงเอาจุดเด่นๆของเขา คือการเล่านิทานออกมาเพื่อส่งเสริมให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งเขาก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะเป็นนักเขียนและนักแปลที่มีชื่อเสียงให้ ได้” ผู้ปกครองที่มีลูกเป็นแอสเพอร์เกอร์เล่า
       
       ถึง อย่างไรเสีย “แอสเพอร์เกอร์” ไม่ใช่ภาวะที่รุนแรง แต่เป็นภาวะที่มีผลต่อการแสดงออกทางพฤติกรรม ทางที่ดีการให้ความรักความเข้าใจ และสนับสนุนเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งนี้พ่อแม่จะต้องคอยศึกษาหาความรู้ และมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อสังเกตว่า ความถนัด และสิ่งที่เด็กมีความสามารถนั้นคืออะไร แล้วจึงค่อยส่งเสริม
       
       หรือถ้าหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์ สามารถปรึกษาจิตแพทย์เด็ก และผู้เชี่ยวชาญได้ที่ โรงพยาบาลมนารมย์ โทร 02-725-9595
www.manarom.com
http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000106635

--
Web link
http://www.cloudbookclub.com/about.htm
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://sundara21.blogspot.com/
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com/v1/
http://cloudbookclub.blogspot.com
http://blogok09.blogspot.com
http://thairaptorgroup.com/TRG/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2049
http://www.ias.chula.ac.th/Thai/modules.php?name=NuCalendar

ผู้ติดตาม